‘ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา’ แสงดาวแห่งความหวังของฟุตบอลทีมชาติไทย นักเตะที่มีแววไปได้ไกล

‘ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา’ แสงดาวแห่งความหวังของฟุตบอลทีมชาติไทย นักเตะที่มีแววไปได้ไกล

บทชีวิตของ ‘ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา’ แสงดาวแห่งความหวังของฟุตบอลทีมชาติไทย นักเตะที่มีแววไปได้ไกลท่ามกลางวงการลูกหนังแดนสยามที่ถูกตั้งคำถามต่าง ๆ นานา

  • ‘ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา’ อีกหนึ่งนักเตะดาวรุ่งชาวไทยที่เป็นความหวังแห่งอนาคต และมีแววจะไปได้ไกลหากพัฒนาฝีเท้าอย่างต่อเนื่อง
  • ‘ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา’ ทำผลงานเข้าตาในหลายรายการนับตั้งแต่เป็นนักเตะเยาวชน กระทั่งขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ทั้งระดับสโมสรและทีมชาติ จนมีโอกาสไปค้าแข้งในต่างแดน

ความฝันของนักฟุตบอลอาชีพแทบทุกคนคือโอกาสไปร่วมทีมกับยอดสโมสรฟุตบอลระดับโลกในฟุตบอลลีกที่ได้รับความนิยมอย่างศึกพรีเมียร์ ลีก, บุนเดสลีกา, ลาลีกา, กัลโช่ เซเรียอา และลีกเอิง ซึ่งฟุตบอลลีกเหล่านี้ต่างอยู่ในทวีปยุโรปทั้งสิ้น

นักฟุตบอลอาชีพจากทั่วทุกมุมโลกต่างไปรวมตัวกันค้าแข้งในทวีปดังกล่าวเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามฟุตบอลลีกในทวีปยุโรปนั้นใช่ว่าใครต้องการไปเล่นก็จะไปได้นะครับ นอกจากฝีเท้าที่ต้องโดดเด่นสะดุดตาแล้ว เรื่องของผลงานทีมชาติและคอนเน็กชันก็เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ทุกอย่างมีโอกาสเป็นไปได้มากที่สุด

แน่นอนว่าในอดีตที่ผ่านมานั้น ประเทศไทยเคยมีนักฟุตบอลที่ไปค้าแข้งอยู่ในทวีปยุโรปมาบ้างเช่นกัน ซึ่งถ้าเป็นฟุตบอลลีกหลักระดับเกรดเอก็คงจะมีเพียง ‘วิทยา เลาหกุล’ ที่เคยไปค้าแข้งกับสโมสรแฮร์ธ่า เบอร์ลิน และสโมสรซาบรุคเค่น ในศึกบุนเดสลีกา และบุนเดสลีกา 2 ของประเทศเยอรมนีในช่วงปี 1979-1984 จากนั้นในช่วงปี 2014-2015 ‘ธีรศิลป์ แดงดา’ ก็ไปวาดลวดลายยังสโมสรอูเด อัลเมริอา หรือยูดี อัลเมเรีย ในศึกลาลีกา สเปน ช่วงสั้น ๆ

ส่วนลีกรองลงไปอย่างเบลเยี่ยมหรือเดนมาร์กก็พอมีบ้าง แต่ไม่ได้มีจำนวนมากมายนัก และไม่ค่อยประสบความสำเร็จจนหลายคนมองว่าการที่นักฟุตบอลไทยจะไปเล่นในฟุตบอลลีกอาชีพยุโรปนั้น มีความเป็นไปได้น้อยมากจนแทบไม่มีเลย เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นลูกครึ่งที่อาศัยและเติบโตอยู่ในประเทศแถบยุโรปอยู่แล้ว

แต่ความหวังที่แฟนฟุตบอลไทยจะได้เห็นนักฟุตบอลชาติตัวเองไปเล่นในลีกใหญ่ก็กลับมาอีกครั้งเมื่อกลุ่มทุนคิงพาวเวอร์ที่นำโดย ‘วิชัย ศรีวัฒนประภา’ ได้เข้าไปเทคโอเวอร์สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ของประเทศอังกฤษในปี 2010 และหลังจากนั้นก็มีโครงการต่าง ๆ มากมายเพื่อพัฒนาฟุตบอลไทยซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือความพยายามสนับสนุนส่งเสริมนักฟุตบอลไทยให้ได้มีโอกาสไปทดสอบฝีเท้ากับสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ รวมทั้งสโมสรพันธมิตรอย่างโอเอช ลูเวิน ในฟุตบอลลีกเบลเยียม แต่ก็ยังไม่มีนักฟุตบอลไทยคนไหนคว้าโอกาสที่สำคัญนี้เอาไว้ได้

จนช่วงเดือนเมษายน ปี 2023 ที่ผ่านมาก็มีข่าวใหญ่เมื่อ ‘แบงค์’ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา กองหน้าทีมชาติไทย วัย 21 ปี ของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ จากที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยมีโอกาสไปร่วมฝึกซ้อมกับสโมสรแห่งนี้มาแล้วและทำผลงานได้ค่อนข้างดี

อย่างไรก็ตาม ศุภณัฏฐ์ จะถูกส่งไปร่วมทีมโอเอช ลูเวิน ในฟุตบอลจูปิแลร์ โปรลีก ลีกสูงสุดของประเทศเบลเยียมด้วยสัญญายืมตัวเป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเขาดีพอที่จะเป็นหนึ่งในขุมกำลังของทีมจิ้งจอกน้ำเงิน

ซึ่ง ‘ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา’ ก็มีโอกาสลงสนามในฟุตบอลจูปิแลร์ โปรลีก เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2023 โดยเจ้าตัวออกสตาร์ตเป็นตัวสำรอง ก่อนจะถูกเปลี่ยนตัวลงไปในนาทีที่ 71 ในเกมที่สโมสรโอเอช ลูเวิน ต้นสังกัดเปิดบ้านพ่ายเควีซี เวสเตอโล 0-2 และก่อนหน้านั้น 3 วัน ศุภณัฏฐ์ เพิ่งมีโอกาสลงสนามให้ทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในฟุตบอลถ้วยโคลกี้ คัพ ในฐานะตัวสำรองมาแล้วเช่นกัน

การได้ลงสนามของ ‘ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา’ ในฟุตบอลถ้วยและฟุตบอลลีกของเบลเยี่ยม สร้างความสนใจให้กับแฟนฟุตบอลไทยเป็นอย่างมาก โอกาสที่เราจะได้เห็นนักฟุตบอลไทยลงเล่นในฟุตบอลลีกยุโรปอย่างต่อเนื่องเริ่มใกล้เคียงความเป็นจริงแล้ว ความคาดหวังและความฝันทั้งหมดพุ่งตรงไปยังเด็กหนุ่มรายนี้ แล้ว ‘ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา’ คือใคร? มีเส้นทางสายฟุตบอลเป็นอย่างไร? ทุกท่านสามารถติดตามได้จากบทความนี้ครับ

 

จุดเริ่มต้นความฝันคือการเดินตามรอยพี่ชาย

‘แบงค์’ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา เป็นเด็กหนุ่มจากจังหวัดศรีสะเกษ โดยเจ้าตัวเริ่มเล่นฟุตบอลเพียงเพราะความสนุกสนานและเป็นกิจกรรมที่ได้ทำร่วมกันกับ ‘เช็ค’ สุภโชค สารชาติ พี่ชายของตนเท่านั้น ความสุขของศุภณัฏฐ์ คือการได้วิ่งไล่เตะลูกหนังกลม ๆ เพื่อเข้าไปทำประตูฝ่ายตรงข้ามซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่ละคนก็คือเพื่อนบ้านหรือเพื่อนที่โรงเรียนทั้งนั้น กาลเวลาผ่านไปเมื่อเจ้าตัวมีโอกาสเล่นฟุตบอลแทบทุกวัน จากความสนุกสนานจึงได้แปรเปลี่ยนไปเป็นความชอบและความหลงใหลในมนต์เสน่ห์ของลูกหนังชนิดแยกออกจากกันไม่ได้ โดยศุภณัฏฐ์ จะมีความสุขทุกครั้งที่ได้เล่นฟุตบอลกับพี่ชายที่เปรียบเสมือนไอดอล

อยู่มาวันหนึ่ง จุดมุ่งหมายของเด็กชายศุภณัฏฐ์ ในการเล่นฟุตบอลเพราะความสนุกสนานและหลงใหลก็เปลี่ยนไป เมื่อพี่ชายที่สนิทอย่าง ‘สุภโชค สารชาติ’ ได้กลายไปเป็นส่วนหนึ่งของบุรีรัมย์ อะคาเดมี ในฐานะนักฟุตบอลเยาวชน นั่นจึงทำให้ศุภณัฏฐ์ ฝันอยากจะทำได้อย่างพี่ชายของตัวเองบ้าง

เมื่ออายุของเจ้าตัวครบ 12 ปี ศุภณัฏฐ์ หอบหิ้วความฝันนั้นมายังจังหวัดบุรีรัมย์เพื่อคัดตัวเป็นลูกเจี๊ยบสายฟ้าหรือนักฟุตบอลเยาวชนของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตามรอยพี่ชาย แน่นอนครับว่า ลูกไม้นั้นหล่นไม่ไกลต้น ศุภณัฏฐ์ โชว์ฟอร์มการเล่นได้โดดเด่นจนเป็นที่พอใจของทีมงานบุรีรัมย์ อะคาเดมี และประตูแห่งโอกาสที่จะได้ร่วมเล่นสโมสรเดียวกับพี่ชายก็เปิดกว้างรับเจ้าตัวทันที

 

ประวัติศาสตร์หน้าแรกของศุภณัฏฐ์ หนึ่งใน 60 ดาวรุ่งที่น่าจับตามองของโลกฟุตบอล

หลังจาก ‘ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา’ ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมเยาวชนสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดแล้ว เจ้าตัวก็มุ่งมั่นฝึกฝนตัวเองอย่างหนักเพื่อพิสูจน์ว่าเขานั้นคู่ควรกับโอกาสที่ได้รับมา และผลของความพยายามดังกล่าวก็บังเกิดผลเมื่อศุภณัฏฐ์ ทำผลงานได้เป็นอย่างดีในระดับเยาวชน จำนวนประตูมากมายที่เจ้าตัวทำได้สร้างความพึงพอใจให้กับทีมงานของทีมชุดใหญ่ที่เฝ้าติดตามเด็กคนนี้มาตลอด

และในที่สุดศุภณัฏฐ์ ก็ถูกดันขึ้นไปฝึกซ้อมร่วมกับทีมชุดใหญ่ของสโมสรด้วยวัยเพียง 14 ปีเท่านั้น ซึ่งก็แน่นอนว่า ในช่วงแรกนั้น เจ้าตัวยังทำได้ไม่ดีนักเพราะด้วยอาการเกร็ง, ประหม่า และกลัวที่ต้องมาร่วมทีมกับยอดนักเตะมากดีกรีทั้งแข้งไทยและต่างชาติที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเป็นมืออาชีพและทักษะฝีเท้าที่หาตัวจับยาก

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความรู้สึกที่ศุภณัฏฐ์ ต้องแบกรับ เจ้าตัวยังมีพี่ชายอย่างสุภโชค คอยเคียงข้างเสมออย่างเช่นในวัยเยาว์ เมื่อเวลาผ่านไป เขาเริ่มปรับตัวได้ดี และมีพัฒนาการที่ดีขึ้นเป็นลำดับ นั่นจึงทำให้ทีมงานสตาฟโค้ชตัดสินใจส่งเจ้าตัวลงสนามในศึกไทยลีกเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2018 ในเกม ‘อีสานดาร์บี้แมตช์’ ของฟุตบอลโตโยต้า ไทย ลีก นัดที่ 12 สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของสโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

แม้ว่าจะเป็นการลงสนามไปในช่วงทดเวลาบาดเจ็บแต่ก็ถือได้ว่าศุภณัฏฐ์ มีโอกาสซึมซับบรรยากาศของเกมการแข่งขันเพื่อสร้างแรงบันดาลใจได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ การลงสนามดังกล่าวก็ได้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับวงการฟุตบอลไทย เมื่อเจ้าตัวกลายเป็นนักฟุตบอลอายุน้อยที่สุดที่ได้ลงเล่นในฟุตบอลไทยลีกด้วยวัย 15 ปี 8 เดือน 22 วัน

ศุภณัฏฐ์ ยังคงฝึกซ้อมอย่างหนักและพยายามสร้างผลงานในทุกโอกาสที่ได้ลงสนามอย่างเต็มที่ จากนั้นในอีกหนึ่งเดือนถัดมาชื่อ ‘ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา’ ถูกจารึกเป็นหนึ่งในผู้ทำประตูในฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศไทย โดยเจ้าตัวสามารถทำ 2 ประตูในเกมลีกนัดที่ 17 ที่สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะสโมสรแอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซีไปได้ 5-0

หลังจากนั้น ศุภณัฏฐ์ ได้รับความไว้วางใจให้ลงสนามกับสโมสรต้นสังกัดอย่างสม่ำเสมอ แม้อายุจะไม่มากนัก โดยเจ้าตัวมีโอกาสลงสนามในฟุตบอลไทยลีกกว่า 101 นัดและทำประตูไปได้ทั้งสิ้นกว่า 24 ประตู และหากนับรวมรายการฟุตบอลถ้วยในระดับประเทศและระดับเอเชียด้วยแล้ว เขามีโอกาสลงสนามในนามชุดใหญ่ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดไปกว่า 145 นัด ทำประตูไปทั้งสิ้น 32 ประตู ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 2018-2023 (อ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ transfermarkt)

ผลงานดังกล่าวทำให้ชื่อของ ‘ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา’ กลายเป็น 1 ใน 60 ผู้เล่นดาวรุ่งของโลกฟุตบอลในปี 2019 หรือ Next Generation 2019 จากการคัดเลือกของ ‘เดอะ การ์เดียน’ (The Guardian) สื่อมวลชนชื่อดังของประเทศอังกฤษ และเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามองของศึกฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรเอเชียหรือเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก เพราะในฤดูกาลนั้น ศุภณัฏฐ์ สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมรวมทั้งสามารถทำประตูสโมสรใหญ่อย่างเป่ยจิง กั๋วอัน (Beijing Guoan F.C.) ยอดทีมจากประเทศจีนได้อีกด้วย

 

กำลังสำคัญจอมถล่มประตูของทีมชาติไทยชุดเยาวชน

สำหรับผลงานในระดับทีมชาตินั้น ‘ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา’ เริ่มต้นติดทีมชาติไทยในการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์เอเชียโดยไฮไลต์สำคัญคือในปี 2018 ที่เจ้าตัวสามารถติดทีมเยาวชนทีมชาติไทยได้ถึง 2 ชุด นั่นก็คือทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี และ 19 ปี นับเป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทยหนึ่งในไม่กี่คนที่สามารถทำได้ เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่นักฟุตบอลคนหนึ่งจะต้องแบกอายุลงสนาม 2-3 ปี ในระดับเยาวชน ถ้าไม่มีฝีเท้าและร่างกายที่ยอดเยี่ยมจริงก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ แต่สำหรับศุภณัฏฐ์ เรื่องอายุไม่ใช่อุปสรรคแต่อย่างใด

สำหรับทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี เขาเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลรายการเอเอฟซี ยู-16 แชมเปียนชิพ 2018 ที่ประเทศมาเลเซีย และศุภณัฏฐ์ คือหนึ่งในกำลังสำคัญของทีมชุดดังกล่าว แม้ว่าท้ายที่สุดแล้ว ทีมชาติไทยจะไม่ผ่านรอบแรกไปได้ แต่ผลงานโดยส่วนตัวของศุภณัฏฐ์ ถือว่าทำได้ดี และโดดเด่นเป็นอย่างมาก เจ้าตัวสามารถทำได้ 4 ประตูจากการลงสนาม 3 นัด โดยเริ่มจากยิงประตูแรกในเกมที่ทีมชาติไทยต้องเปิดสนามพ่ายแพ้ทีมชาติญี่ปุ่นไป 2-5 ก่อนที่นัดถัดมาจะยิง 2 ประตูให้ทีมชาติไทยเอาชนะทีมชาติมาเลเซีย เจ้าภาพไปได้อย่างสนุก 4-2 จากนั้นในนัดสุดท้ายของรอบแรก เจ้าตัวคือคนที่ยิงประตูโทนให้ทีมชาติไทยในเกมพ่ายแพ้ทีมชาติทาจิกิสถาน 1-2 อย่างน่าเสียดาย

ขณะที่ผลงานของศุภณัฏฐ์ กับทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปีในศึกเอเอฟซี ยู-19 แชมเปียนชิพ 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซียนั้น เจ้าตัวก็เกือบที่จะสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าสู่ฟุตบอลเยาวชนโลกร่วมกับทีมชาติไทยได้สำเร็จ แต่น่าเสียดายที่ต้องมาตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายไปเสียก่อน ผลงานของเจ้าตัวเองนั้นน่าจดจำเป็นอย่างยิ่งแม้จะต้องแบกอายุถึงเกือบ 3 ปีก็ตาม โดยในนัดเปิดสนาม ‘ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา’ คือฮีโร่ยิงประตูตามตีเสมอทีมชาติอิรัก 3-3 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จากนั้นในเกมถัดมากับทีมชาติญี่ปุ่นเจ้าตัวก็ยิงประตูได้ 1 ประตูและนับเป็นการยิงประตูทีมชาติญี่ปุ่นได้ทั้งชุดเยาวชน 16 ปีและ 19 ปี เรียกได้ว่าทีมชาติญี่ปุ่นต้องจำชื่อของศุภณัฏฐ์ เอาไว้เลยทีเดียว

จากนั้นในช่วงปลายปี 2019 ‘ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา’ มีชื่อติดทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ที่ประเทศฟิลิปปินส์ แม้จะไม่ประสบความสำเร็จได้ครองเหรียญรางวัล แต่เขาทำประตูได้ถึง 5 ประตูในการลงสนามรอบแรกกับทีมชาติบรูไน, ทีมชาติสิงคโปร์, ทีมชาติลาว และทีมชาติเวียดนาม นั่นยิงทำให้ชื่อของเขาถูกจับตามองในระดับนานาชาติเป็นอย่างมาก

จากนั้นในช่วงต้นปี 2020 ศุภณัฏฐ์ มีส่วนร่วมกับทีมชาติไทยในการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟซี ยู-23 แชมเปียนชิพ ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยเจ้าตัวยิง 2 ประตูในนัดเปิดสนามที่ทีมชาติไทยสามารถเอาชนะทีมชาติบาห์เรนไปได้ถึง 5-0 ก่อนที่ทีมชาติไทยจะตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายชวดคว้าโควตาไปโอลิมปิกเกมส์แบบน่าเสียดาย

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 2020-2021 เกิดการระบาดของโควิด-19 ทำให้การแข่งขันฟุตบอลในระดับนานาชาติหลายรายการต้องถูกยกเลิกไป โอกาสที่เราจะเห็นเจ้าตัววาดลวดลายเพลงแข้งในระดับเยาวชนก็ต้องถูกชะลอเอาไว้ด้วย

ในปี 2022 ศุภณัฏฐ์ มีโอกาสลงสนามให้กับทีมชาติไทยชุดเยาวชนอีกครั้งในการแข่งขันฟุตบอลรายการเอเอฟซี ยู-23 แชมเปียนชิพ 2022 ที่ประเทศอุซเบกิสถาน โดยเจ้าตัวคือฮีโร่ผู้ซัดประตูตีเสมอในนาทีสุดท้ายให้ทีมชาติไทยเสมอทีมชาติเวียดนามไป 2-2 ในนัดเปิดสนามก่อนที่จะมายิงอีก 2 ประตูในนัดถัดมาที่ทีมชาติไทยเอาชนะทีมชาติมาเลเซียไปได้ 3-0 นับเป็นผลงานที่พิสูจน์ได้แล้วว่า ‘ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา’ คือผู้เล่นที่ทีมชาติไทยชุดเยาวชนจะขาดไม่ได้

 

ทีมชาติไทยชุดใหญ่ เกียรติยศสูงสุดของ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา

ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ไม่เพียงเป็นผู้เล่นที่ทีมชาติไทยชุดเยาวชนจะขาดไม่ได้เท่านั้น เจ้าตัวเริ่มมีโอกาสได้ลงสนามในทีมชาติไทยชุดใหญ่บ้างแล้ว โดยศุภณัฏฐ์ เริ่มต้นติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ในยุคของกุนซือ ‘อากิระ นิชิโนะ’ ที่ได้เคยร่วมงานกันมาแล้วตั้งแต่การแข่งขันซีเกมส์ 2019 และฟุตบอลเอเอฟซี ยู-23 แชมเปียนชิพ 2020

โดยศุภณัฏฐ์ สามารถทำผลงานได้อย่างดีในช่วงที่ทีมชาติไทยเดินทางไปเก็บตัวและแข่งฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือกที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเจ้าตัวสามารถทำประตูในนามทีมชาติไทยชุดใหญ่ได้สำเร็จในเกมนัดกระชับมิตรระดับ FIFA International A Match กับทีมชาติทาจิกิสถานที่ผลการแข่งขันจบลงด้วยการเสมอกัน 2-2 ซึ่งทั้งสองประตูของทีมชาติไทยที่เกิดในเกมดังกล่าวก็มาจากฝีเท้าของเจ้าตัว จากนั้นเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ศุภณัฏฐ์ สามารถทำประตูให้ทีมชาติไทยได้อีกครั้ง

แม้หลังจากการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือกจบลงทีมชาติไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงกุนซือมาเป็น ‘มาโน่ โพลกิ้ง’ ชื่อของ ‘ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา’ ก็ยังคงได้รับโอกาสในทีมชาติไทย ล่าสุดเจ้าตัวมีชื่อได้ลงสนามในเกมที่ทีมชาติไทยเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของทีมชาติจีนในฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก ณ สนามราชมังคลากีฬาสถานยเมื่อค่ำวันที่ 16 พฤศจิกายน 2023 ที่ผ่านมา หลังจากที่เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บและได้ลงสนามให้กับสโมสรโอเอช ลูเวิน ในฟุตบอลลีกเบลเยียมไปแล้ว

ถึงเจ้าตัวจะไม่สามารถช่วยให้ทีมชาติไทยสามารถเก็บแต้มจากทีมชาติจีนได้ แต่เชื่อแน่ว่า หากศุภณัฏฐ์ ได้รับโอกาสอย่างต่อเนื่อง เจ้าตัวจะต้องเป็นอีกหนึ่ง ‘แสงดาวแห่งความหวังของวงการลูกหนังไทย’ ได้แน่นอนครับ

ครับและนี่คือเรื่องราวของ ‘แบงค์’ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา นักฟุตบอลทีมชาติไทยที่ค้าแข้งอยู่กับสโมสรโอเอช ลูเวิน ในฟุตบอลจูปิแลร์ โปรลีก ลีกสูงสุดของประเทศเบลเยียม นักฟุตบอลดาวรุ่งที่สร้างประวัติศาสตร์เอาไว้มากมายให้กับวงการฟุตบอลไทย

 

เรื่อง: ธิษณา ธนคลัง - เต้นคุง (The Sportory)

ภาพ: ไฟล์จาก Getty Images