Breaking Bad : ตัวตนที่เปลี่ยนไปเพราะสภาพแวดล้อมหรือตัวเราเอง?

Breaking Bad : ตัวตนที่เปลี่ยนไปเพราะสภาพแวดล้อมหรือตัวเราเอง?

วิเคราะห์ประเด็นจาก Breaking Bad หนึ่งในซีรีส์ที่ดีที่สุดตลอดกาล ว่า ‘วอลเตอร์ ไวท์’ เปลี่ยนไปเพราะตัวตนหรือถูกปลุกขึ้นมาโดย ‘ไฮเซนเบิร์ก’?

เชื่อหรือไม่ว่าพลังแห่งการ ‘ดิ้นรน’ เพื่อเอาชีวิตรอดของสิ่งมีชีวิตนั้น ‘น่าอัศจรรย์’ อย่างมาก เมื่อยามเราหมดหนทางที่จะไปต่อ แต่ด้วยคำที่ว่าจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป ทำให้เรากระเสือกกระสนทุกวิถีทาง เพื่อเส้นทางที่ไม่รู้ว่าจุดหมายมันจะไปโผล่ที่ไหน ขอแค่ไม่ใช่ทางตัน แต่ใครเล่าจะรู้ว่าเส้นทางนั้นมันได้พลิกโฉมชีวิตคนคนหนึ่งไปอย่างตลอดกาล

เมื่อหมดหนทาง ความคิดนอกกรอบก็บังเกิดขึ้น ความคิดที่มันถูกปิดกั้นด้วยกรอบคำว่า ‘ความถูกต้อง’ ก็ได้ถูกขีดออกไป นั่นก็คือชีวิตของพระเอกซีรีส์ขวัญใจคนดูอย่าง วอลเตอร์ ไวท์ (นำแสดงโดย ไบรอัน แครนสตัน) ใน Breaking Bad 

ครูสอนเคมีผู้มีความรู้ไม่แพ้ใคร ถวายตัวเพื่อครอบครัวอย่างหมดใจ แต่ด้วย ‘ปัญหา’ ที่รุมเร้าจนทำให้ชีวิตของเขานั้นมีแต่ความยุ่งเหยิง ปัญหาเหล่านั้นไม่ใช่เพียงประเด็นยิบย่อย แต่เป็นเรื่องของปัญหาที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของเขาอย่างร้ายแรง ที่ต้องคิดตามกันไปต่าง ๆ นานาว่า ‘ทำไมถึงซวย’ ขนาดนี้

การเปลี่ยนแปลงของ ‘บุคคล’ นั้นได้สร้างผลกระทบและข้อคิดให้กับผู้ชมผ่านทางซีรีส์ที่เข้มข้นและถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในซีรีส์ที่ดีที่สุดตลอดกาล เป็นเวลากว่า 16 ปีมาแล้วที่ซีรีส์เรื่องนี้ยังคงเป็นที่พูดถึงอยู่เรื่อยมา

ด้วยความยิ่งใหญ่ของซีรีส์ที่มีภาคที่เชื่อมกัน ทั้งยังเรียกได้ว่ายิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน กับซีรีส์ Better Call Saul มีปัญหาปรึกษาซอล ทนายมือฉมังกับชีวิตอันสุดพลิกผัน ภาพยนตร์ของเด็กหนุ่มข้างกายของวอลเตอร์อย่าง เจสซี พิงค์แมน ใน El Camino (2019) และร้านขายไก่ของ กุสตาโว อีก คงต้องไปติดตามกันต่อเพราะว่าจักรวาลของซีรีส์นี้มันช่างกว้างใหญ่เหลือเกิน

วันนี้ผู้เขียนจะมาขอเขียนถึงวอลเตอร์ ไวท์ กับการเดินทางของเขา การเปลี่ยนแปลงของวอลเตอร์ ไวท์ เส้นทางที่เขาต้องเผชิญหน้า ตัวตนที่อ่อนโยนและโหดร้าย การปลอบประโลมจบด้วยการหักหลัง อะไรคือปัจจัยที่ส่งผลให้วอลเตอร์ ไวท์เปลี่ยนไปได้ขนาดนั้น หรือว่าที่จริงแล้ว ‘ไฮเซนเบิร์ก’ ได้อยู่กับเรามาตั้งแต่ต้น

เนื้อหาต่อไปนี้มีการเปิดเผยข้อมูล Breaking Bad

เกิดมาจากร้อยพ่อพันแม่ เหตุผลการใช้ชีวิตมันย่อมแตกต่างกัน คุณไม่สามารถตัดสินคนจากภายนอกได้เลยว่าแท้จริงแล้ว เขานั้นพบเจอกับอะไรอยู่ ไม่ว่าสิ่งนั้นมันจะเป็นความสุขหรือความทุกข์

เช่นเดียวกับถ้าเราเดินผ่านคุณครูสอนเคมีคนหนึ่ง ที่ดูปกติเป็นคุณครูที่ใจดี ช่วยเหลือนักเรียนตามประสาคุณครู แต่ลึกลงไปหลังจากที่คุณครูคนนั้นสอนจบแล้ว ใครจะรู้ว่าเขาไป ‘ปรุงยาเสพติด’ แล้วดันไม่ใช่ยาเสพติดแบบเกรดต่ำ มันดันกลายเป็นยาเสพติดที่ดีที่สุดในเมือง

วอลเตอร์ ไวท์ คือชายวัยกลางคน มีอาชีพเป็นคุณครูสอนวิชาเคมี รายได้ปานกลางที่ดูปกติทั่วไป ใช้ชีวิตอยู่อย่างกลาง ๆ ไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากมาย ลูกชายของเขามีความผิดปกติทางด้านร่างกาย จำเป็นต้องใช้เครื่องมือและความช่วยเหลือในบางครั้ง กับศรีภรรยาที่กำลังจะให้กำเนิดลูกสาวในอีกเวลาไม่กี่เดือนข้างหน้า

 

จุดพลิกผัน (Talking Pillow)

ชีวิตคนเรามันไม่แน่นอน คำนี้ไม่เกินจริง วอลเตอร์มีอาการผิดปกติทางร่างกายมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง จึงตัดสินใจไปพบแพทย์ ผลที่ออกมาทำให้เรียกได้ว่าเป็น ‘จุดเริ่มต้น’ ของ ‘จุดจบ’ เขาเป็นมะเร็งปอด แล้วเขาต้องถูกเข้ารับการรักษา แต่มันก็ต้องแลกมากับค่าใช้จ่ายที่หนักอึ้ง ภาพของเขาจะถูกจดจำในฐานะ ‘ภาระ’ ของครอบครัว ซึ่งเขาไม่ต้องการ

การเผชิญหน้ากับครอบครัวเพื่อพูดถึงการรักษามะเร็งของเขา แต่วอลเตอร์กลับคิดว่าชีวิตที่ผ่านมาของเขานั้นดูเหมือนจะไม่ค่อยได้พูดหรือพูดอะไรที่มันจริงจังสักอย่างเลย ชีวิตเหมือนถูกขีดเส้นมาตลอดว่าควรจะเป็นอะไรและแบบไหน การแข่งขันทางสังคมที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงานหรือคนใกล้ตัว ทำให้เกิดเป็นปมในใจของเขา และในครั้งนี้มันเหมือนเป็นการระเบิดออก

 

But what good is survival if I am too sick to work? To enjoy a meal? To make love?

- Walter White.

 

การมีชีวิตอยู่จะมีประโยชน์อะไรหากผมนั้นป่วยเกินกว่าที่จะทำงานได้ เกินกว่าที่จะเพลิดเพลินกับอาหารหรือที่จะร่วมรัก ผมขอเลือกที่จะอยู่ที่บ้านและนอนที่เตียงของผมดีกว่า ฉะนั้นเขาจึงขอเลือกทางเดินสุดท้ายก่อนที่จุดหมายปลายทางของเขาจะมาถึงในแบบของเขาเอง

เงิน เป็นสิ่งที่ล้ำค่าและก็อันตรายมากเช่นกัน แน่นอนเขาต้องการเงินรักษาทั้งตัวเองและเงินเพื่อครอบครัวของเขาก่อนที่เขาจะจากโลกนี้ไป

ภรรยาของเขาที่ต้องขอบอกว่าผู้ชมหลาย ๆ ท่านคงจะมีความไม่ชอบใจเล็กน้อยอย่าง สกายเลอร์ ไวท์ ที่เรียกได้ว่าเป็นแก้วตาดวงใจของวอลเตอร์ เขาอยากอยู่ดูหน้าลูกสาวที่กำลังจะเกิดมาของเขาก่อนที่เขาจะตาย แต่ด้วยนิสัยความค่อนข้างบงการของเธอ ทำให้เกิดความอึดอัดภายในใจ จนมันก็เกิดเป็นรอยร้าว

ยังไม่หมด ใครจะไปคิดว่าน้องเขยของเขาที่เป็นครอบครัวคนสนิทดันเป็นเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด ที่ดันมาพูดถึงการทลายจับกุมยาไอซ์เจ้าใหญ่ พร้อมกับ ‘เงิน’ อีกมหาศาล มาช่างเหมาะอะไรขนาดนั้น เพราะวอลเตอร์เหมือนจะเกิดไอเดียที่จะปรุงยา(ประเภทยาไอซ์)ที่ดีที่สุด เพราะด้วยพื้นที่เขาเป็นนักเคมีที่มีฝีมือพอตัว แต่เพราะหน้าที่การงานและชีวิตของเขาเหมือนต้องปฏิบัติตามประเพณี เหมือนเป็นโอกาสดีที่จะดีโชว์ฝีมือและใช้ความรู้ให้เกิดประโยชน์

ผลกระทบจากภายนอกและภายในได้กัดกร่อนหัวใจของเขา ส่งผลให้วอลเตอร์ ไวท์ มีความคิดที่เริ่มเปลี่ยนไปทีละนิด

 

ตัวตนที่เปลี่ยนไปหรือมันคือตัวตนที่ตื่นขึ้นมา

I am Walter White also known as Heisenberg

 

โลกนี้ไม่มีคำว่าสมบูรณ์แบบ เช่น จิตใจมนุษย์ ความรู้สึกที่ไม่มั่นคงนำไปสู่การตัดสินใจที่เรียกได้ว่า ผิด? บ่อยครั้งที่คนเราตัดสินใจพลาดในชีวิต แต่บางครั้งมันเรื่องเล็ก บางทีมันก็ถึงชีวิต

แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ซีรีส์นี้แสดงให้เห็นถึงความดิบเถื่อนและเท่ในเวลาเดียวกัน เพราะด้วยตัวตนอย่าง ‘Heisenberg’ ถือกำเนิดขึ้น จะเรียกว่ากำเนิดขึ้นใหม่ก็ไม่เชิง หรือว่ามันคือตัวตนที่แฝงอยู่กับเราตลอดอยู่แล้ว แค่ด้วยเส้นตายของชีวิตมันดันทำให้มันต้องโผล่ออกมา

แต่ ๆ ขอกล่าวถึงตัวตนของไฮเซนเบิร์ก ผู้เป็นแรงบันดาลใจของวอลเตอร์ก่อน คงมีหลายคนสงสัยอยู่เหมือนกันว่า จริง ๆ ชื่อนี้มาจากไหน คือในขณะที่เขายังเป็นนักเรียนเคมีอยู่ ชื่อเต็มของเขาคือ เวอร์เนอร์ ไฮเซนเบิร์ก (Werner Heisenberg) เป็นนักฟิสิกส์ชาวเยอรมันผู้บุกเบิกกลศาสตร์ควอนตัม

วอลเตอร์ เริ่มนำความรู้และประสบการณ์ที่เขาสั่งสมมาทั้งหมดมาใช้ในการปรุงยาของเขา การก้าวขาเข้าไปสู่ด้านมืดที่นอกเหนือกฎหมาย จะบอกว่าเขาทำเพราะ ‘จำเป็น’ ก็ไม่อาจจะถูกสักเท่าไร เพราะเขานั้นเกิดความสนุกกับสิ่งที่เขาได้ทำ

 

I do it for me , I was good at it

 

ฉากนี้ช่างกินใจมาก เพราะภรรยาเขาต้องการที่จะรู้ว่าสิ่งที่เขาทำนี้มันเพราะครอบครัวหรือเปล่าแต่มันไม่ใช่ มันคือความสำเร็จจากมือของเขาที่เป็นชิ้นเป็นอัน ได้ลงมืออยู่กับสิ่งที่เขารักแล้วมันทำให้เขารู้สึก ‘มีชีวิต

โดยตัวละคร ไฮเซนเบิร์ก ได้ถูกบ่มเพาะมาคู่กับวอลเตอร์ ไวท์ มาตั้งแต่ตอนแรก ๆ เราจะได้เห็นถึงความน่าสงสารและความแปรปรวนภายในจิตใจของวอลเตอร์ที่ทั้ง ลูก เมีย พี่เขย เพื่อนร่วมงาน

แฝงมากับอีกด้านที่มีลักษณะเป็นด้านที่ละโมบ หยิ่งยโส และถือตัวเองสูง วอลเตอร์ที่ต้องการเงินทอง การยอมรับ อำนาจ สิทธิเสรี/การควบคุม และความเคารพ

นั่นจึงเป็นเหตุให้การปรากฏตัวของไฮเซนเบิร์กนั้นบ่อยขึ้น รุนแรงขึ้น และก็น่าสงสารด้วยเช่นกัน วอลเตอร์ได้กลายร่างเป็นอีกคนในแง่ของทั้งจิตใจและการกระทำ เขาก้าวร้าวขึ้น แต่ด้วยเพราะวงการที่เขาก้าวขาเข้าไปนั้นมันช่างอันตราย ความเด็ดขาด ความรับผิดชอบ และภาวะผู้นำต้องสูงในการทำตลาดค้ายา

เขา ‘โกหก’ ทั้งเมียตัวเอง ลูกชายสุดที่รัก และคนรอบข้างที่หวังดีกับเขา และแน่นอนว่าเขาโกหกตัวเองด้วย วอลเตอร์มีคำว่า ครอบครัว ที่เป็นที่คิดถึง เป็นแรงใจส่งให้เขาพยายามเพื่อที่จะมีชีวิต

การโกหกเรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นปฏิกิริยาลูกโซ่ของซีรีส์เรื่องนี้ การที่คุณโกหกเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ผลของการกระทำมันดันเป็นห่วงลูกโซ่ ไม่ใช่เพียงแค่วอลเตอร์ที่โกหก แต่เรียกได้ว่าเกือบทั้งซีรีส์จะเห็นตัวละครหลักที่มีความลับ และโกหกคนรอบข้างเพื่อความสบายใจของคนอื่น และเพื่อให้ปัญหามันผ่านพ้นไปก่อน

ไฮเซนเบิร์กทำลายความเชื่อใจของคนรอบตัวไม่มีชิ้นดี หากในช่วงแรกคุณจะเห็นว่าเมื่อมีเงินมากพอแล้ว แต่ผลของการกระทำมันก็ยังคงอยู่ คือต้องหาสถานที่ คอยระวังตำรวจ และหาคนร่วมมือ มันไม่ใช่อย่างที่เขาคิดไว้เลยว่าทุกอย่างมันจะเรียบง่ายเป็นไปตามแผน แต่คำว่า เงิน มันก็ไม่ได้กลายเป็นปัจจัยหลักอีกต่อไปเมื่อเขามีมัน

เขาหวนหา เขาต้องการมันมากกว่าเดิม สุดท้ายเขาไม่สามารถสลัดตัวตนไฮเซนเบิร์กได้ แม้ว่าจะพยายามเท่าไรก็ตาม จากแต่ก่อนที่ดูเป็นคนใจดี อารมณ์เย็น มันกลับกลายเป็นตรงกันข้าม เขากลายเป็นบุคคลที่ดู toxic ที่สุดในเรื่อง จนถึงขั้นขนาดที่เขาต้องลงมือ ‘ฆ่าคน’ เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อ

แต่สุดท้ายเขาจะมีข้ออ้างเสมอ หรือเวลาใครตายก็จะพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าว่ามันเกิดขึ้นแล้วต้องไปต่อ ถึงจะจริง แต่นี่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความเลือดเย็นของวอลเตอร์ ซึ่งตอนท้ายมันน่าเศร้าถึงขนาดที่เขาดูเห็นแก่ตัว จนจ้างฆ่าเจสซี ศิษย์เอกที่รักเหมือนครอบครัว เป็นเหมือนคล้าย ๆ จิตวิทยา ที่วอลเตอร์เอาไว้ใช้หลอกตัวเอง

การหลงตัวเองของวอลเตอร์ค่อย ๆ เผยตัวเองออกมาตลอดทั้งซีรีส์ เมื่อผลิตภัณฑ์ของเขาได้รับความนิยมมากขึ้น เขามุ่งมั่นที่จะควบคุมมากขึ้นเพื่อเป็นเจ้านาย ขณะที่เขาพูดกับเจสซีในซีซัน 5 เขาไม่ได้ตั้งเป้าธุรกิจของเขาเพื่อการเงินอีกต่อไป เป้าหมายมันกลับยิ่งใหญ่ขึ้นกลายเป็นทำให้กลายเป็นอาณาจักรค้ายา เพื่อเป็นตำนาน

ขอยกตัวอย่างหนึ่งในฉากที่ดูเท่และดูขนลุกของไฮเซนเบิร์กในซีซันที่ 5 ว่า

 

Say my name

 

ประโยคสุดเท่ที่บ่งบอกบางอย่างของวอลเตอร์ การ ‘พูดชื่อของฉัน’ เป็นตัวอย่างของการหลงตัวเองอย่างไม่มีการควบคุมของวอลเตอร์ ขณะที่เขาเจรจากับคลัน ผู้จัดจำหน่ายในท้องถิ่น เผยให้เห็นว่าเขาไม่ค่อยขอความช่วยเหลือ แต่กลับต้องการได้รับความชื่นชมและเป็นที่น่าจดจำ เขาบอกให้คลัน ‘พูดชื่อของฉัน’ การได้ยินชื่อ ‘ไฮเซนเบิร์ก’ ถูกพูดออกมามันทำให้เขารู้สึกถึงพลังและอำนาจที่อยู่ในตัวตนของเขา

#เส้นทางที่บรรจบกันของผู้โชคร้ายและผู้ให้ร้าย

ความดุเดือดของตัวละครไฮเซนเบิร์ก และความน่าสงสารของวอลเตอร์ ได้ดำเนินไปอย่างเข้มข้น บีบหัวใจคนดูอย่างช้า ๆ เพราะความเป็นพระเอกของเรื่อง คงต้องบอกได้เลยว่าชีวิตของเขามันช่าง ‘บัดซบ’ อะไรขนาดนี้

เส้นทางการค้ายาที่รุ่งโรจน์จนเรียกได้ว่าเป็นเจ้าพ่อยาไอซ์ ได้รับความเคารพจากเหล่าผู้ดำเนินธุรกิจกำจัดตัวอันตรายให้พ้นทาง รวมถึงเป็นที่ต้องการตัวสูงสุดของกองปราบปรามยาเสพติดอีกด้วย แต่กลับกัน วอลเตอร์ ไวท์ ตัวตนที่ต้องอยู่กับเบื้องหน้าครอบครัวหรือคนที่รักนั้นได้ค่อย ๆเลือนหายไป นอกจากอารมณ์ที่เปลี่ยนไป ซีรีส์ยังคงบอกถึงอาการเจ็บป่วยของเขาอยู่เสมอ มันเลวร้ายลงเรื่อย ๆ

จุดเริ่มต้น’ ของ ‘จุดจบ’ เส้นทางของชีวิตสุดท้ายแล้วอย่างไรก็ต้องจบ ไม่มีสิ่งใดล้วนจีรัง การตรวจวินิจฉัยพบเจอมะเร็งปอด เนื่องจากการรักษาโรคมะเร็งได้รับการปรับปรุงอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา เพราะด้วยความเฉพาะทางและเทคโนโลยีที่ต้องใช้เวลา ผู้ป่วยโรคมะเร็งจึงได้รับการสนับสนุนให้ปฏิเสธทัศนคติของความสิ้นหวัง และเลือกบทบาทของนักสู้แทน การเปลี่ยนโฉมผู้ป่วยโรคมะเร็งให้เป็นนักรบและเป็นผู้ชนะ ไปสู่การถวายความอาลัยอันน่าสยดสยองในรูปแบบของวอลเตอร์ ไวท์

คงอาจจะเดาถูก ถึงจุดจบของวอลเตอร์ ด้วยสภาพร่างกายที่ทรุดโทรมลงไปทุกขณะ สถานที่ปลอดภัยซึ่งไม่มีอีกต่อไป เขากลายเป็นตัวอันตรายอย่างสมบูรณ์แบบ ครอบครัวที่ผิดหวังกับการกระทำของเขา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความห่วงใยที่เขาเป็นคนพังทลายลงเอง พร้อมกับทรัพย์สินส่วนตัวอีกมูลค่ามหาศาลที่ไม่สามารถนำออกมาใช้ได้ ให้กลิ่นอายเดียวกันกับเรื่องราวอันสุดโฉดของเจ้าพ่อค้ายาอย่าง ปาโบล เอสโกบาร์ ผู้เคยเป็นเจ้าพ่อที่ร่ำรวยที่สุดในประวัติศาสตร์

วอลเตอร์เป็นตัวละครที่ ‘เสพติด’ ที่ไม่ใช่ยาเสพติด แต่หากเป็นพลังอำนาจ การถูกยอมรับ เขาวิ่งไล่ตาม ‘ข้ออ้าง’ ของตัวเองโดยมีคำว่า หาเลี้ยงครอบครัวเป็นเบื้องหน้า ที่จริงแล้ว ไฮเซนเบิร์กก็คือวอลเตอร์ที่อยู่มากับผู้ชมตั้งแต่อีพีแรก

ต้องขอชื่นชมทั้งบทและการแสดงของนักแสดงทุกท่านในซีรีส์นี้ ที่ได้มอบความอิ่มเอมใจ เรียกได้ว่าครบรสกับผู้ชม บรรจุความมันส์กว่า 62 ตอน แบ่งออกเป็น 5 ซีซัน ด้วยรักและเคารพ Breaking Bad…