‘Kipling’ กระเป๋าที่ได้แรงบันดาลใจจากนักประพันธ์ ‘The Jungle Book’ ใช้มาสคอต ‘ลิงขนฟู’ เพิ่มเสน่ห์ให้แบรนด์

‘Kipling’ กระเป๋าที่ได้แรงบันดาลใจจากนักประพันธ์ ‘The Jungle Book’ ใช้มาสคอต ‘ลิงขนฟู’ เพิ่มเสน่ห์ให้แบรนด์

ที่มาของกระเป๋า ‘Kipling’ ได้แรงบันดาลใจมาจาก ‘Rudyard Kipling’ นักเขียนเรื่อง "The Jungle Book" ผู้ก่อตั้งชื่นชอบจนขออนุญาตนำมาตั้งเป้นชื่อแบรนด์ และใช้มาสคอตลิง เพื่อสื่อสารถึงความคล่องแคล่วของแบรนด์

  • ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ‘Kipling’ คือ ‘ซาเวียร์ คีเกล’ (Xavier Kegel) วิศวกรทางทะเลชาวเบลเยียมที่เริ่มสนใจในเรื่องของกระเป่า สินค้าแฟชั่นตั้งแต่ที่เดินทางไปฮ่องกง
  • แรงบันดาลใจของผู้ก่อตั้ง Kipling มาจากชื่อของ ‘Rudyard Kipling’ นักเขียนเรื่อง "The Jungle Book"
  • มาสคอตลิง เป็นสัญลักษณ์ของความคล่องตัว ความซุกซน พร้อมลุย ซึ่งเป็นคาแรคเตอร์ของกระเป๋า Kipling

หากใครเห็นพวงกุญแจที่ห้อยเป็นรูป ‘ลิงขนฟู’ หิ้วไปมากับกระเป๋าน่าจะพอจำได้แน่ ๆ ว่าเป็นกระเป๋าของ ‘Kipling’ แบรนด์สัญชาติเบลเยียม ใช่! นั่นแหละคือจุดประสงค์ของดีไซเนอร์ที่ตั้งใจเพิ่มเสน่ห์ให้กับกระเป๋าของเขา

‘Kipling’ กระเป๋าที่ได้แรงบันดาลใจจากนักประพันธ์ ‘The Jungle Book’ ใช้มาสคอต ‘ลิงขนฟู’ เพิ่มเสน่ห์ให้แบรนด์

กว่า 26 ปีที่เราเห็นกระเป๋า Kipling ในประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นแบรนด์ที่จำง่ายทีเดียวเพราะมีสัญลักษณ์เป็นเจ้าลิงขนฟูห้อยกระเป๋าอยู่ทุกใบ แต่ใครจะคิดว่า Kipling ก่อตั้งมากว่า 36 ปีแล้ว ทั้งยังมีเรื่องราวที่มาของชื่อแบรนด์ และมาสคอตลิงขนฟู ที่น่าสนใจและน่าประหลาดใจไปพร้อมกัน

 

จากวิศวกรทางทะเลสู่นักธุรกิจ

มีหลายแบรนด์ที่ The People ได้เล่าถึง ล้วนมีจุดเริ่มต้นแบรนด์ที่น่าสนใจทีเดียว และมักจะ contrast กันอยู่บ่อยครั้งด้วยกับภาพที่เห็นในปัจจุบัน ซึ่ง Kipling ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีเรื่องราวพลิกผันเช่นเดียวกัน คงไม่มีใครคาดคิดว่า ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Kipling จะเป็นวิศวกรที่เชี่ยวชาญทางทะเลก่อนที่เขาจะรู้ตัวว่าใจจริงชอบการเป็นดีไซเนอร์ และสร้างผลิตภัณฑ์ที่มาจากความชอบส่วนตัวได้

เรากำลังพูดถึง ‘ซาเวียร์ คีเกล’ (Xavier Kegel) วิศวกรทางทะเลชาวเบลเยียม เกิดและเติบโตในเมือง Antwerp ประเทศเบลเยียม เขาเริ่มรู้สึกว่าชอบในการทำธุรกิจตั้งแต่ที่มีโอกาสได้เดินทางไปที่ ‘ฮ่องกง’ ซึ่งเขาเดินทางไปที่นั่นตั้งแต่ปี 1980

จนวันหนึ่ง คีเกล ต้องการทำธุรกิจที่ก่อตั้งด้วยตัวเอง โดยมีหุ้นส่วนธุรกิจอีก 2 คนก็คือ Paul Van De Velde และ Vincent Haverbeke พวกเขาตัดสินใจทำธุรกิจ ‘กระเป๋า’ ซึ่ง คีเกล เป็นผู้ออกแบบหลักตั้งแรก สิ่งที่พวกเขาทั้ง 3 คนอยากเห็นก็คือ กระเป๋าที่พัฒนาต่อยอดมาจากกระเป๋าสะพายหลัง เพราะยุคนั้นกำลังฮิตมาก

‘Kipling’ กระเป๋าที่ได้แรงบันดาลใจจากนักประพันธ์ ‘The Jungle Book’ ใช้มาสคอต ‘ลิงขนฟู’ เพิ่มเสน่ห์ให้แบรนด์

สิ่งที่ คีเกล คิดเป็นสิ่งแรกก็คือ คุณภาพของกระเป๋าที่ต่างจากกระเป๋าอื่นที่มีขายในตอนนั้น ซึ่งยังไม่มีใครทำกระเป๋าที่ทำมาจาก ‘ผ้าไนลอนย่นน้ำหนักเบา’ คีเกล จึงใช้เป็นวัสดุหลักของแบรนด์ และดีไซน์กระเป๋าออกมาเพื่อกลุ่มคนที่สามารถใช้ได้ในทุกโอกาส ลุยได้ หรูได้ วันสบาย ๆ ได้ ดังนั้น เขาจึงเลือกผ้าไนลอนซึ่งตอนนั้นก็ยังไม่มีใครทำด้วย

 

ที่มาของชื่อและลิงห้อยกระเป๋า

และนั่นจึงเป็นจุดกำเนิดของกระเป๋าเป้หรือ กระเป๋าสะพายหลังที่ชื่อว่า Kipling ก่อตั้งขึ้นในปี 1987 โดยคีเกล ได้ขออนุญาตใช้คำว่า Kipling ตั้งเป็นชื่อแบรนด์ เพราะชื่นชอบนักประพันธ์ที่ชื่อว่า ‘Rudyard Kipling’ ทั้งยังชอบเรื่อง "The Jungle Book" ที่เขียนโดยเขาด้วย

นี่คงเป็นเหตุผลว่า ทำไมมีคนเข้าใจผิดเยอะมาก ๆ ว่า Rudyard Kipling เป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์กระเป๋า Kipling ยังไม่พอ คีเกล ยังคิดว่า ในเมื่อเขาต้องการวางคอนเซ็ปต์กระเป๋าของเขาให้ใช้ได้ในทุกสถานการณ์ ลุยได้สบาย ๆ (เพราะกระเป๋าใบแรก ๆ เป็นกระเป๋าเป้) เขาจึงประกาศคอนเซ็ปต์แบรนด์เอาไว้ว่า “Fun and adventure for everyday life” ก็คือ มาสนุกและผจญภัยกับทุก ๆ วันกันเถอะ!

จึงเป็นที่มาว่า ทำไม คีเกล ตัดสินใจใช้มาสคอตกระเป๋าเป็นรูป ‘เจ้าลิงขนปุย’ หน้าตาน่ารัก เฟรนด์ลี่ เพราะอยากให้ผู้ซื้อรู้สึกถึงความกระฉับกระเฉง ทะมัดทะแมง สามารถใช้กระเป๋าแบบลุย ๆ ได้โดยที่ไม่ต้องรู้สึกว่ากระเป๋าสวยเกินไปและต้องทะนุทะนอม

‘Kipling’ กระเป๋าที่ได้แรงบันดาลใจจากนักประพันธ์ ‘The Jungle Book’ ใช้มาสคอต ‘ลิงขนฟู’ เพิ่มเสน่ห์ให้แบรนด์

สำหรับ คีเกล เขามองว่า “กระเป๋าที่ดีต้องใช้แล้วรู้สึกคุ้มค่า มีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ และทำความสะอาดง่าย” เชื่อหรือไม่ว่า กระเป๋า Kipling ในช่วงแรก ๆ ที่เปิดตัวสิ่งที่ทำให้แบรนด์นี้เป็นที่รู้จักในเบลเยียมก่อนจะตีตลาดต่างประเทศก็คือ ผ้าไนลอน และลิงขนฟู ที่ทำให้ผู้คนพูดถึงกันอย่างมาก จนกลายเป็นกระแสตอบรับที่ดีมาก

ที่น่าสนใจคือ เจ้าลิง Kipling ไม่ได้มีแค่ตัวเดียว แต่มีการออกแบบลิงขนฟูกว่า 425 ตัว!

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่าในหลาย ๆ แพลตฟอร์ม e-Market place ทำไมเจ้าลิงหน้าตาน่ารัก ขนฟูดูนุ่มนิ่มของ Kipling ถึงกลายเป็นคอนเลคชั่นของสะสมได้

ปัจจุบัน Kipling อยู่ในการบริหารดูแลของ VF Sportswear Coalition (เข้ามาอยู่ใน VF ตั้งแต่ปี 2004) ซึ่งมีหลายแบรนด์ที่อยู่ใต้ชายคาเดียวกัน อย่างเช่น Vans, The North Face และ Timberland ซึ่งก็อยู่ใสตลาดไทยมานานเช่นเดียวกัน

ณ วันนี้เราคงไม่ต้องพูดเยอะว่า Kipling อยู่ในประเทศไหนบ้างดูจากความนิยมที่ยังมีให้เห็นกันอยู่ กว่า 55 ประเทศทั่วโลกที่ Kipling ติดเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ยังครองเสน่ห์ให้คนรักได้ คงไม่ใช่แค่การที่ผลิตเพียงกระเป๋าเป้ เพราะในปัจจุบัน Kipling มีกระเป๋าหลากหลายรูปแบบมาก ๆ อีกทั้งยังมีการ collaboration กับอีกหลายแบรนด์ด้วย

อย่าง Kipling Thailand ที่ก่อนหน้านี้ได้ร่วมมือกับ Miffy และ Barbie แต่จริง ๆ แล้ว หากเราย้อนไปดูความร่วมมือลักษณ์นี้ของ Kipling กับแบรนด์ระดับโลกเกิดขึ้นกว่า 23 แบรนด์ทีเดียว (ไม่ใช่แค่ในไทย) แต่ยังมีแบรนด์อื่น เช่น Perrier (ในปี 1991), Star Wars (ในปี 2018), Mickey Mouse (ในปี 2019), Hello Kitty (ปี 2022) เป็นต้น

‘Kipling’ กระเป๋าที่ได้แรงบันดาลใจจากนักประพันธ์ ‘The Jungle Book’ ใช้มาสคอต ‘ลิงขนฟู’ เพิ่มเสน่ห์ให้แบรนด์

สำหรับตลาดไทยปัจจุบันผู้ที่ดูแลและนำเข้าธุรกิจแบรนด์ Kipling ตอนนี้ก็คือ ‘ปอ - ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์’ ผู้หญิงเก่งทายาทโรงแรมเรเนซองส์ที่เข้ามารับช่วงต่อจาก ‘ศิริกาญจน์ ศักดิเดช ภาณุพันธ์ ณ อยุธยา’ ซึ่งเป็นผู้ดูแลแบรนด์นี้มาตั้งแต่ต้นในเมืองไทย

เรื่องราวของ Kipling และความทะเยอทะยานของผู้ก่อตั้งแบรนด์ น่าจะเป็นอีกหนึ่งต้นแบบดี ๆ ของคนธุรกิจที่น่าสนใจ ซึ่งเราอยากปิดท้ายด้วยสถิติน่าสนใจที่ Kipling เคยทำได้จนถึงทุกวันนี้ อย่างเช่น ในทุก ๆ นาทีกระเป๋า Kipling จะถูกขายที่ใดที่หนึ่งทั่วโลก หรือผู้คนกว่า 35 ล้านคนทั่วโลกที่เป็นเจ้าของกระเป๋า Kipling เป็นข้อมูลเซอร์ไพรส์จากเว็บไซต์ของ Kipling USA

 

 

 

ภาพ: Kipling/Britannica

อ้างอิง:

Kipling [1]

Kipling [2]

Registercitizen

Britannica

Linkedin